[FIC][EXO] summer night'S Dream - 02

posted on 11 Mar 2014 23:06 by ks-night

 

 
 
Title :
 summer night'S Dream
Author : KsNight
Pairing : Kris*Tao
Rating : NC - 17
Author note: เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

 
------------------------
 
 

 

02 – ทัณฑ์

 

 

            เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว...ตั้งแต่วันนั้น แต่ว่าบรรยากาศหม่นๆนั่นก็ยังไม่จางหายไปเสียที อาจจะดีขึ้นบ้างในงานฉลองวันเกิดของเฉินคนอื่นเลยไม่ได้สังเกตเห็น แต่สมาชิกฝั่งเอ็มก็ยังรู้สึกได้ว่ามันยังมีเส้นกั้นบางๆอยู่ระหว่างคริสกับเทา

            เป็นบรรยากาศที่ห่างเหินจนชวนให้ไม่สบายใจ

            คนที่เป็นต้นเหตุรู้ตัวดีว่าพี่ๆกำลังเป็นห่วง...แต่จะให้เขาทำยังไงได้...

 

            เทากำลังรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นนักโทษ... ถึงจะเป็นนักโทษที่มีสวัสดิการความเป็นอยู่สุดหรู แต่ก็หนีไม่พ้นคำว่านักโทษอยู่ดี โซ่ที่มองไม่เห็นได้ร้อยรัดพันธนาการ... ตรวนตราหนาแน่นไม่เว้นแม้แต่ปลายนิ้ว ทำเอาแทบขยับไม่ได้ ...ท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนที่เคยคิดว่าเป็นพี่ชายทำให้เขาอึดอัด

            ไม่ชอบเลย... ไม่ชอบจนถึงขั้นเรียกได้ว่าเกลียด ทั้งเสียงถามไถ่ทุกๆเรื่องอย่างอ่อนโยนผิดวิสัย ทั้งการเอาอกเอาใจโจ่งแจ้งเกินพอดี ยิ่งท่าทางที่ทำราวกับเขาเป็นเครื่องแก้วเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายอยู่ตลอดเวลานั่นก็ยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่

            “...” ครุ่นคิดขณะที่เหม่อมองท้องฟ้ายามเช้าตรู่ของอินโดนีเซียผ่านหน้าต่างห้องพัก เขาแตะปลายนิ้วลงบนบานกระจกใสเย็นเฉียบ... ภาพที่สะท้อนให้เห็นเรือนรางคือดวงตาเรียวของตัวเองที่แฝงแววกลัดกลุ้ม

            เทาเป็นผู้ชาย เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัย

            ดังนั้นเขาถึงไม่เข้าใจว่าทำไมพี่คริสต้องทำตัวแบบนี้ เซ็กส์แค่ครั้งสองครั้งไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาพัง จำเป็นด้วยหรือที่ต้องมารับผิดชอบอะไร ยิ่งเป็นความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่เกิดขึ้นเพราะความเมายิ่งไม่เห็นต้องสนใจ ทั้งที่เขาพยายามจะไม่พูดถึงมันเพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ฉันพี่น้องเอาไว้เหมือนเดิม แต่อีกฝ่ายกลับเห็นมันเป็นเรื่องใหญ่ แบกรับความรับผิดชอบที่ไม่จำเป็นเลยนั่นเอาไว้

            เด็กหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากหยักสวยของตน ใช้ข้อนิ้วแข็งแรงกดลงอย่างแผ่วเบาหวังจะไล่เอาสัมผัสจากใครบางคนที่ติดตรึงอยู่ตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนออกไปจากมโนความคิด

            แต่มันก็ไม่ได้ผล

            เขาสบถเสียงเบา รู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้นเท่าทวี ... มันไม่เคยเกิดขึ้น ไม่เคยเกิดขึ้น! ทั้งหมดนั่นมันเป็นแค่ฝันบ้าๆที่พระเจ้าเล่นตลกกับเขาเท่านั้น! ตอกย้ำกับตัวเองอีกครั้ง... และอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่สามารถนับครั้งได้ ที่สุดแล้วก็แต่แต่ทรุดตัวลงนั่ง แนบหน้าผากลงกับกระจกเย็นๆ แล้วพรูลมหายใจยาว หวังจะให้ใจที่ขุ่นมัวเยือกเย็นลงบ้าง

            นี่เขาควรจะทำยังไงดี...

            “เทาเทาอา!” เสียงใสที่ร้องเรียกอย่างเอ็นดูรักใคร่พร้อมกับแขนอุ่นที่โอบรอบเอวทำให้เด็กหนุ่มหลุดจากภวังค์ เขาเอียงใบหน้าเข้าหาคนที่โอบกอดมาจากทางด้านหลัง กดจุมพิตลงที่แก้มนุ่ม แล้วจึงเลื่อนขยับไปแตะแผ่วเบาที่มุมปาก... เป็นการทักทายอย่างสนิทสนม ก่อนจะร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยนหวานหู

            “แบคฮยอนฮยอง


            “นั่งเหม่ออะไรอยู่หือ” คนตัวเล็กกว่าถามแล้วหอมกลับ ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นหยีเล็กลงจนกลายเป็นเส้นขีดอย่างน่ารัก เทาเห็นแล้วขยับยิ้มกว้างอดไม่ได้ที่จะขึ้นยกมือขึ้นจับสองแก้มของคนอายุมากกว่าแล้วหยิกเบาๆ อย่างมันเขี้ยว

            “คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะฮะ ฮยองมีอะไรรึเปล่า?”

            “อื้อ...” มือเรียวสวยตีลงเบาๆใส่มือซุกซนที่บีบสองแก้มของตนอยู่ “มันเจ็บนะ!” แบคฮยอนส่งเสียงดุอย่างเอาเรื่องทว่าบนใบหน้าก็ยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มจนคนถูกดุต้องหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ...เหมือนกับเชือกที่บิดเป็นเกลียวแน่นได้ถูกคลายออก บรรยากาศอึดอัดหมองหม่นที่ดำเนินมาตลอดหลายวันพลันสลายไปเหมือนไม่เคยมี

            หยอกล้อกันอยู่อีกพักใหญ่ จนกระทั่งแทบจะลงไปนอนกลิ้งกันอยู่บนพื้น ไม่ต่างอะไรกับแมวเหมียวแสนซนสองตัว

            “จริงสิคริสฮยองล่ะ?” แบคฮยอนเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงได้ถามไถ่หาเจ้าของห้องอีกคนที่ควรจะอยู่ในนี้ คำถามนั้นทำให้เด็กหนุ่มผมดำชะงักไปชั่วอึดใจ เป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่ใบหน้าคมคายกลับไปหม่นหมอง... ก่อนที่จะกลับมาเป็นยิ้มแย้มเหมือนเดิม

            “ไม่รู้สิฮะ...” แบคฮยอนฟังแล้วเลิกคิ้วขึ้น มีหรือเขาจะไม่สังเกตเห็นบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างน้องชายสุดที่รักกับพี่ชายตัวสูงคนนั้น ตอนแรกก็คิดว่าแค่ทะเลาะกระทบกระทั่งกันธรรมดา แต่ดูท่าจะไม่ใช่แค่นั้นแล้วสิ

            ชายหนุ่มร่างเล็กแตะมือลงบนกลุ่มผมสีเข้มนุ่มลื่น ขยี้เบาๆ อย่างหยอกล้อทว่าก็อ่อนโยนมาก สัมผัสนุ่มนวลปลอบประโลมนี้เป็นเหมือนกับฝนที่พรมลงบนกำแพงดิน... ทำให้เกราะป้องกันตัวที่เพียรก่อขึ้นชั้นแล้วชั้นเล่าพังทลายลงไป

            เทาเอนตัวซบลงบนบ่าลาดที่ดูบอบบางของพี่ชาย

            แบคฮยอนยกสองมือขึ้นโอบรอบแผ่นหลังแกร่ง รั้งเอาร่างของคนสูงกว่าเข้ามากอดเอาไว้ เขาโยกตัวน้อยๆ ทำเหมือนกับเวลาปลอบเด็กเล็กๆ ที่ร้องไห้โยเยเพราะฝันร้าย...

            ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีอะไรทั้งนั้น...

            แต่แบคฮยอนรู้ดีว่าในใจของน้องชายกำลังร้องไห้... เพราะดวงตาคู่นี้... ดวงตาที่หม่นประกาย ...น่าสงสารเหมือนลูกแมวที่ถูกทิ้งไว้กลางสายฝน...

            มือเรียวสวยลูบเบาๆบนแผ่นหลังกว้าง

            “อยากเล่าอะไรให้พี่ฟังไหม?” เทาส่ายหัวน้อยๆ ทั้งที่ยังซุกหน้าลงกับบ่าเล็ก

            “แน่ใจนะ?” ถามย้ำอีกครั้งจนเด็กหนุ่มต้องเงียบไป... หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานเขาก็ผละตัวออกจากบ่าหอมกรุ่นนั้น เลื่อนขึ้นสบสายตากับดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย แบคฮยอนมองเห็นร่องรอยความหวั่นไหวปรากฏขึ้นในดวงตาสีเข้มของคนอายุน้อยกว่า... วินาทีนั้น... เขาพลันรู้สึกว่าเขาไม่อยากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชาย...

 

            “ผม...มีอะไรกับตุ้ยจาง...”

            ดวงตาของคนฟังเบิกกว้าง แล้วชายหนุ่มหน้าหวานก็สบถออกมา

            “...ไอ้สารเลวนั่น!” เทารีบรั้งตัวพี่ชายที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า อธิบายอย่างร้อนรนว่าเรื่องทั้งหมดมันก็แค่เพราะความเมา ทว่านั่นไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยสักนิด เด็กหนุ่มยังคงถูกซักอยู่อีกพักใหญ่กว่าที่พี่ชายตัวเล็กจะยอมหยุด และถึงจะหยุดถามแบคฮยอนยังคงทำสีหน้าเหมือนว่าถ้าคริสอยู่ใกล้ๆ เขาจะขอต่อยสักหลายๆ หมัดถึงจะสาแก่ใจอยู่ดี

            “ทำไมถึงไม่บอกให้เร็วกว่านี้!” มือเรียวสวยบีบแก้มนุ่มของน้องชายจนแก้มขาวแดงเป็นปื้น

            “ก็ผมกลัวฮยองเป็นห่วง...” เขางึมงำตอบกลับเสียงอ่อย... ส่งให้แรงบีบที่สองแก้มเพิ่มขึ้นอีก

            “โอ๊ย! เจ็บ...เจ็บ! ฮยองฮะ ผมเจ็บ...ง่า...โกรธเหรอ?” เสียงทุ้มของเทายิ่งเบาลงทุกทีๆ ขณะที่แสงวาวโรจน์ในดวงตาเรียวสวยของคนอายุมากกว่ามีแต่จะเจิดจ้ามากขึ้น

            “แบคฮยอนฮยอง...” เด็กหนุ่มครางเรียกชื่อของพี่ชายด้วยน้ำเสียงจนใจ “อย่าโกรธเลยฮะ โกรธมากเดี๋ยวไม่หล่อนะ” แบคฮยอนคว่ำปาก สีหน้ายังไม่คลายออกจากความหงุดหงิด แล้วชายหนุ่มร่างเล็กก็โน้มใบหน้าลงใกล้ ประทับจุมพิตผะแผ่วลงบนเรียวปากหยักสวย

            แผ่วเบาและนุ่มนวล... ราวกับผีเสื้อแตะสัมผัสลงบนกลีบบุปผา เป็นจูบไม่ได้ล่วงล้ำเกินเลย... ทว่ากลับทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์แดงก่ำ

            “อ...อะ....ท...ทำอะไรน่ะครับฮยอง?”

            “ล้างพิษ!” ชายหนุ่มหน้าหวานส่งเสียงฮึดฮัด แล้วจึงประทับริมฝีปากลงอีกครั