[FIC][EXO] summer night'S Dream - 02

posted on 11 Mar 2014 23:06 by ks-night

 

 
 
Title :
 summer night'S Dream
Author : KsNight
Pairing : Kris*Tao
Rating : NC - 17
Author note: เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

 
------------------------
 
 

 

02 – ทัณฑ์

 

 

            เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว...ตั้งแต่วันนั้น แต่ว่าบรรยากาศหม่นๆนั่นก็ยังไม่จางหายไปเสียที อาจจะดีขึ้นบ้างในงานฉลองวันเกิดของเฉินคนอื่นเลยไม่ได้สังเกตเห็น แต่สมาชิกฝั่งเอ็มก็ยังรู้สึกได้ว่ามันยังมีเส้นกั้นบางๆอยู่ระหว่างคริสกับเทา

            เป็นบรรยากาศที่ห่างเหินจนชวนให้ไม่สบายใจ

            คนที่เป็นต้นเหตุรู้ตัวดีว่าพี่ๆกำลังเป็นห่วง...แต่จะให้เขาทำยังไงได้...

 

            เทากำลังรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นนักโทษ... ถึงจะเป็นนักโทษที่มีสวัสดิการความเป็นอยู่สุดหรู แต่ก็หนีไม่พ้นคำว่านักโทษอยู่ดี โซ่ที่มองไม่เห็นได้ร้อยรัดพันธนาการ... ตรวนตราหนาแน่นไม่เว้นแม้แต่ปลายนิ้ว ทำเอาแทบขยับไม่ได้ ...ท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนที่เคยคิดว่าเป็นพี่ชายทำให้เขาอึดอัด

            ไม่ชอบเลย... ไม่ชอบจนถึงขั้นเรียกได้ว่าเกลียด ทั้งเสียงถามไถ่ทุกๆเรื่องอย่างอ่อนโยนผิดวิสัย ทั้งการเอาอกเอาใจโจ่งแจ้งเกินพอดี ยิ่งท่าทางที่ทำราวกับเขาเป็นเครื่องแก้วเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายอยู่ตลอดเวลานั่นก็ยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่

            “...” ครุ่นคิดขณะที่เหม่อมองท้องฟ้ายามเช้าตรู่ของอินโดนีเซียผ่านหน้าต่างห้องพัก เขาแตะปลายนิ้วลงบนบานกระจกใสเย็นเฉียบ... ภาพที่สะท้อนให้เห็นเรือนรางคือดวงตาเรียวของตัวเองที่แฝงแววกลัดกลุ้ม

            เทาเป็นผู้ชาย เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัย

            ดังนั้นเขาถึงไม่เข้าใจว่าทำไมพี่คริสต้องทำตัวแบบนี้ เซ็กส์แค่ครั้งสองครั้งไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาพัง จำเป็นด้วยหรือที่ต้องมารับผิดชอบอะไร ยิ่งเป็นความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่เกิดขึ้นเพราะความเมายิ่งไม่เห็นต้องสนใจ ทั้งที่เขาพยายามจะไม่พูดถึงมันเพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ฉันพี่น้องเอาไว้เหมือนเดิม แต่อีกฝ่ายกลับเห็นมันเป็นเรื่องใหญ่ แบกรับความรับผิดชอบที่ไม่จำเป็นเลยนั่นเอาไว้

            เด็กหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากหยักสวยของตน ใช้ข้อนิ้วแข็งแรงกดลงอย่างแผ่วเบาหวังจะไล่เอาสัมผัสจากใครบางคนที่ติดตรึงอยู่ตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนออกไปจากมโนความคิด

            แต่มันก็ไม่ได้ผล

            เขาสบถเสียงเบา รู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้นเท่าทวี ... มันไม่เคยเกิดขึ้น ไม่เคยเกิดขึ้น! ทั้งหมดนั่นมันเป็นแค่ฝันบ้าๆที่พระเจ้าเล่นตลกกับเขาเท่านั้น! ตอกย้ำกับตัวเองอีกครั้ง... และอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่สามารถนับครั้งได้ ที่สุดแล้วก็แต่แต่ทรุดตัวลงนั่ง แนบหน้าผากลงกับกระจกเย็นๆ แล้วพรูลมหายใจยาว หวังจะให้ใจที่ขุ่นมัวเยือกเย็นลงบ้าง

            นี่เขาควรจะทำยังไงดี...

            “เทาเทาอา!” เสียงใสที่ร้องเรียกอย่างเอ็นดูรักใคร่พร้อมกับแขนอุ่นที่โอบรอบเอวทำให้เด็กหนุ่มหลุดจากภวังค์ เขาเอียงใบหน้าเข้าหาคนที่โอบกอดมาจากทางด้านหลัง กดจุมพิตลงที่แก้มนุ่ม แล้วจึงเลื่อนขยับไปแตะแผ่วเบาที่มุมปาก... เป็นการทักทายอย่างสนิทสนม ก่อนจะร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยนหวานหู

            “แบคฮยอนฮยอง


            “นั่งเหม่ออะไรอยู่หือ” คนตัวเล็กกว่าถามแล้วหอมกลับ ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นหยีเล็กลงจนกลายเป็นเส้นขีดอย่างน่ารัก เทาเห็นแล้วขยับยิ้มกว้างอดไม่ได้ที่จะขึ้นยกมือขึ้นจับสองแก้มของคนอายุมากกว่าแล้วหยิกเบาๆ อย่างมันเขี้ยว

            “คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะฮะ ฮยองมีอะไรรึเปล่า?”

            “อื้อ...” มือเรียวสวยตีลงเบาๆใส่มือซุกซนที่บีบสองแก้มของตนอยู่ “มันเจ็บนะ!” แบคฮยอนส่งเสียงดุอย่างเอาเรื่องทว่าบนใบหน้าก็ยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มจนคนถูกดุต้องหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ...เหมือนกับเชือกที่บิดเป็นเกลียวแน่นได้ถูกคลายออก บรรยากาศอึดอัดหมองหม่นที่ดำเนินมาตลอดหลายวันพลันสลายไปเหมือนไม่เคยมี

            หยอกล้อกันอยู่อีกพักใหญ่ จนกระทั่งแทบจะลงไปนอนกลิ้งกันอยู่บนพื้น ไม่ต่างอะไรกับแมวเหมียวแสนซนสองตัว

            “จริงสิคริสฮยองล่ะ?” แบคฮยอนเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงได้ถามไถ่หาเจ้าของห้องอีกคนที่ควรจะอยู่ในนี้ คำถามนั้นทำให้เด็กหนุ่มผมดำชะงักไปชั่วอึดใจ เป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่ใบหน้าคมคายกลับไปหม่นหมอง... ก่อนที่จะกลับมาเป็นยิ้มแย้มเหมือนเดิม

            “ไม่รู้สิฮะ...” แบคฮยอนฟังแล้วเลิกคิ้วขึ้น มีหรือเขาจะไม่สังเกตเห็นบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างน้องชายสุดที่รักกับพี่ชายตัวสูงคนนั้น ตอนแรกก็คิดว่าแค่ทะเลาะกระทบกระทั่งกันธรรมดา แต่ดูท่าจะไม่ใช่แค่นั้นแล้วสิ

            ชายหนุ่มร่างเล็กแตะมือลงบนกลุ่มผมสีเข้มนุ่มลื่น ขยี้เบาๆ อย่างหยอกล้อทว่าก็อ่อนโยนมาก สัมผัสนุ่มนวลปลอบประโลมนี้เป็นเหมือนกับฝนที่พรมลงบนกำแพงดิน... ทำให้เกราะป้องกันตัวที่เพียรก่อขึ้นชั้นแล้วชั้นเล่าพังทลายลงไป

            เทาเอนตัวซบลงบนบ่าลาดที่ดูบอบบางของพี่ชาย

            แบคฮยอนยกสองมือขึ้นโอบรอบแผ่นหลังแกร่ง รั้งเอาร่างของคนสูงกว่าเข้ามากอดเอาไว้ เขาโยกตัวน้อยๆ ทำเหมือนกับเวลาปลอบเด็กเล็กๆ ที่ร้องไห้โยเยเพราะฝันร้าย...

            ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีอะไรทั้งนั้น...

            แต่แบคฮยอนรู้ดีว่าในใจของน้องชายกำลังร้องไห้... เพราะดวงตาคู่นี้... ดวงตาที่หม่นประกาย ...น่าสงสารเหมือนลูกแมวที่ถูกทิ้งไว้กลางสายฝน...

            มือเรียวสวยลูบเบาๆบนแผ่นหลังกว้าง

            “อยากเล่าอะไรให้พี่ฟังไหม?” เทาส่ายหัวน้อยๆ ทั้งที่ยังซุกหน้าลงกับบ่าเล็ก

            “แน่ใจนะ?” ถามย้ำอีกครั้งจนเด็กหนุ่มต้องเงียบไป... หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานเขาก็ผละตัวออกจากบ่าหอมกรุ่นนั้น เลื่อนขึ้นสบสายตากับดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย แบคฮยอนมองเห็นร่องรอยความหวั่นไหวปรากฏขึ้นในดวงตาสีเข้มของคนอายุน้อยกว่า... วินาทีนั้น... เขาพลันรู้สึกว่าเขาไม่อยากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชาย...

 

            “ผม...มีอะไรกับตุ้ยจาง...”

            ดวงตาของคนฟังเบิกกว้าง แล้วชายหนุ่มหน้าหวานก็สบถออกมา

            “...ไอ้สารเลวนั่น!” เทารีบรั้งตัวพี่ชายที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า อธิบายอย่างร้อนรนว่าเรื่องทั้งหมดมันก็แค่เพราะความเมา ทว่านั่นไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยสักนิด เด็กหนุ่มยังคงถูกซักอยู่อีกพักใหญ่กว่าที่พี่ชายตัวเล็กจะยอมหยุด และถึงจะหยุดถามแบคฮยอนยังคงทำสีหน้าเหมือนว่าถ้าคริสอยู่ใกล้ๆ เขาจะขอต่อยสักหลายๆ หมัดถึงจะสาแก่ใจอยู่ดี

            “ทำไมถึงไม่บอกให้เร็วกว่านี้!” มือเรียวสวยบีบแก้มนุ่มของน้องชายจนแก้มขาวแดงเป็นปื้น

            “ก็ผมกลัวฮยองเป็นห่วง...” เขางึมงำตอบกลับเสียงอ่อย... ส่งให้แรงบีบที่สองแก้มเพิ่มขึ้นอีก

            “โอ๊ย! เจ็บ...เจ็บ! ฮยองฮะ ผมเจ็บ...ง่า...โกรธเหรอ?” เสียงทุ้มของเทายิ่งเบาลงทุกทีๆ ขณะที่แสงวาวโรจน์ในดวงตาเรียวสวยของคนอายุมากกว่ามีแต่จะเจิดจ้ามากขึ้น

            “แบคฮยอนฮยอง...” เด็กหนุ่มครางเรียกชื่อของพี่ชายด้วยน้ำเสียงจนใจ “อย่าโกรธเลยฮะ โกรธมากเดี๋ยวไม่หล่อนะ” แบคฮยอนคว่ำปาก สีหน้ายังไม่คลายออกจากความหงุดหงิด แล้วชายหนุ่มร่างเล็กก็โน้มใบหน้าลงใกล้ ประทับจุมพิตผะแผ่วลงบนเรียวปากหยักสวย

            แผ่วเบาและนุ่มนวล... ราวกับผีเสื้อแตะสัมผัสลงบนกลีบบุปผา เป็นจูบไม่ได้ล่วงล้ำเกินเลย... ทว่ากลับทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์แดงก่ำ

            “อ...อะ....ท...ทำอะไรน่ะครับฮยอง?”

            “ล้างพิษ!” ชายหนุ่มหน้าหวานส่งเสียงฮึดฮัด แล้วจึงประทับริมฝีปากลงอีกครั้ง... อีกครั้ง และอีกครั้ง ขับไล่เอาสัมผัสชั่วร้ายของไอ้บ้านั่นออกไปให้หมด นี่น้องชายของเขานะ จื่อเทาที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเขา ไอ้หมอนั่นมันกล้าดียังไงถึงได้มาทำให้น้องเขาแปดเปื้อน!

            แบคฮยอนยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด หงุดหงิดจนกระทั่งเผลอกดประทับจุมพิตแรงขึ้น บดเบียดริมฝีปากได้รูปของน้องชายเสียจนแดงช้ำ

 

            “นั่น...พวกนายทำอะไรกัน...”

            “!!”

            เทาที่นั่งนิ่งปล่อยให้แบคฮยอนระดมจูบอยู่เป็นนานสองนานสะดุ้งเฮือกใหญ่เพราะเสียงทุ้มเย็นเยียบที่ดังขึ้น เสียงนั้นยังทำให้ชายหนุ่มหน้าหวานยอมหยุดจูบ เหลียวกลับไปเผชิญหน้ากับคนพูด และสบสายตากับดวงตาสีถ่านคมกริบอย่างไม่กลัวเกรง

            “คริสฮยองไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันกับเทากำลังทำอะไรกัน...” คนตัวเล็กลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วโมโห แล้วค่อยเอ่ยปากพูดต่อโดยเน้นย้ำทีละคำให้มันตอกย้ำลงสู่โสตประสาทคนฟัง

            “ก็-จูบ-ไง-ฮะ”

            “...” เทาพูดไม่ออก เขาไม่เห็นจะรู้สึกมาก่อนว่าเสียงกึ่งหวานกึ่งห้าวของแบคฮยอนจะฟังดูกวนโมโหได้ขนาดนี้... เด็กหนุ่มถดตัวหนีให้ห่างจากสองคนที่กำลังจ้องตากันอยู่เหมือนอยากจะลงไม้ลงมือกันเต็มแก่ ถอยแล้วถอยอีกจนแผ่นหลังชิดกับกระจกเย็นเฉียบ

            “...ทำไมนายถึงจูบจื่อเทา” เสียงราบเรียบเย็นชากดต่ำ พาให้รู้สึกว่าอุณหภูมิรอบกายก็ลดลงต่ำตามไปด้วย ไหล่กว้างแข็งแรงของเด็กหนุ่มสั่นระริก ทว่าแบคฮยอนยังเชิดหน้ามองคริสอย่างไม่รู้สึกรู้สา

            “ก็เทาเป็นแฟนฉันนี่!” เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อเบิกตาให้กับการโกหกคำโตนั้น ทว่าก็ไม่ได้โต้แย้งออกไป...หรือพูดให้ถูกคือยังตกอยู่ในภาวะตื่นตกใจเกินกว่าจะพูดอะไรได้

            แล้ววินาทีต่อมาแบคฮยอนก็ถูกโยนออกไปนอกห้อง

            “เฮ้ย!” เจ้าของร่างสันทัดงุนงงอยู่ชั่วครู่กับการถูกกระชากดึง และเมื่อรู้สึกตัวนั่นก็สายเกินไปแล้ว ประตูห้องพักถูกปิดลงพร้อมๆกับเสียงลงสลักล็อคดังกังวาน

 

            กริ๊ก......

 

            ช่างหัวเสียงโวยวายทุบประตูดังปึงปังของแบคฮยอน คริสเดินกลับมาหาคนที่ยังคงนั่งชิดกับผนังกระจก สีหน้าเรียบเฉยเย็นชาเหมือนรูปสลักน้ำแข็งเดินได้ ...เทาตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ ...ยิ่งคนอายุมากกว่าก้าวเข้ามาใกล้เท่าไหร่เด็กหนุ่มก็ยิ่งเบียดร่างตัวเองเข้ากับผนังมากขึ้น

            ร่างสูงย่อตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าคนที่นั่งอยู่ ใช้มือที่ติดจะกร้านอยู่บ้างจับปลายคางเรียวแล้วบังคับให้เงยขึ้นสบตากัน ...อย่างที่ไม่ได้ทำมาตลอดหลายวัน

            “นายกับแบคฮยอนเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่?” เด็กหนุ่มเสหลบสายตาเย็นเยียบน่ากลัว ขบฟันลงกับริมฝีปากที่บวมช้ำของตนครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยคำ

            “...ไม่เกี่ยวกับพี่ซะหน่อยนี่” พูดด้วยเสียงที่ดังจนเกือบจะเป็นการตะคอก เพราะนั่นจะทำให้เสียงของเขาไม่สั่น... แต่เชื่อได้เลยว่าคำตอบนั่นไม่เป็นที่พึงพอใจของคนถามสักเท่าไหร่

            “...” ดวงตาสีเข้มของลีดเดอร์ฝั่งเอ็มวาววามขึ้น เหมือนเปลวไฟที่จู่ๆ ก็ปะทุระเบิดออก ไฟเล็กๆ นั้นค่อยๆ ลุกไหม้ลามเลีย เต้นเร่าอยู่ภายใต้ก้อนน้ำแข็ง...

            “ไม่เกี่ยวงั้นเหรอ ทำไมพี่จะไม่เกี่ยวล่ะ...” เสียงทุ้มเยียบเย็นกระซิบ...

            “...ก็ในเมื่อเรามีอะไรกันแล้ว” ครึ่งหนึ่งเป็นการพูดด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ แต่อีกครึ่งที่เหลือคริสไม่อยากจะยอมรับว่ามันคืออะไร เขามองใบหน้าคมคายอ่อนเยาว์ที่ขึ้นสีแดงก่ำด้วยความรู้สึกปั่นป่วนสับสน รุนแรงราวกับลมพายุ

            ร่างสูงโน้มตัวลงใกล้อีกฝ่ายมากกว่าเดิม ใกล้จนสามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจถี่กระชั้นหวาดหวั่นของคนอายุน้อยกว่า จับจ้องเรียวปากหยักสวยที่เป็นสีแดงก่ำเพราะใครคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...

            นั่นทำให้คริสไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป

            ริมฝีปากร้อนรุ่มบดเบียดลงกับกลีบปากนุ่ม เขาจงใจขบแรงๆ ลงบนเรียวปากของอีกฝ่าย ไม่ได้แรงถึงขนาดที่จะทำให้เกิดบาดแผล แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รู้สึกเจ็บ แทรกปลายลิ้นผ่านริมฝีปากที่เผยอออก...กระหวัดเกี่ยวกับเรียวลิ้นหวานฉ่ำ บังคับป้อนจุมพิตที่หนักหน่วงรุนแรงเหมือนปรารถนาจะตอกย้ำบางอย่าง  

            เสียงดูดดึงพันพัวกันของริมฝีปากและปลายลิ้นฟังดูหยาบโลนน่าละอาย เทาพยายามที่จะขัดขืนจุมพิตนี้สุดกำลัง ทว่าเหมือนเรี่ยวแรงถูกสูบออกไป เขาไม่สามารถแม้แต่จะขบฟันลงบนปลายลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามา ตอนนั้นเองที่มือร้อนของคนอายุมากกว่าเลื่อนลงต่ำ สอดผ่านชายเสื้อยืดตัวใหญ่... แตะต้องสัมผัสลงบนผิวสีนมน้ำผึ้งเรียบละเอียด

            “!!” ระเรื่อยปลายนิ้วกร้านไปตามแนวกล้ามเนื้องดงามแข็งแกร่ง ขณะที่อีกมือค่อยๆ เลิกรั้งชายเสื้อให้สูงขึ้น

 

            ร่องรอยสีแดงอ่อนจางยังคงหลงเหลืออยู่บนแผ่นอกและหน้าท้อง คริสผละออกจากริมฝีปากหวานอย่างแสนเสียดายเพื่อที่ประทับย้ำร่องรอยเหล่านี้ให้ชัดเจนเหมือนเก่า เขาแนบเรียวปากลง... ขบเม้มลงอย่างรุนแรงเกินจำเป็น เรียกเสียงร้องเบาๆ ให้หลุดออกจากริมฝีปากบวมช้ำ

            ค่อยๆ เพิ่มรอยแต้มสีแดงเหมือนกลีบกุหลาบขึ้นทีละรอย... ทีละรอย...

            “...ตุ...ตุ้ยจาง ไม่เอา...”เสียงทุ้มพร่าแปร่งปร่าร้องห้ามมือที่บรรจงปลดเปลื้องอาภรณ์ของเขาออก เว้าวอนอย่างน่าสงสาร...ทว่ากลับส่งผลตรงข้ามกับที่ตั้งใจ เสียงร่ำร้องอ้อนวอนนี้มีแต่จะกระตุ้นให้เขาอยากตีตราเป็นเจ้าของเร็วขึ้นและมากขึ้น แผดเผาคำว่าอดทนอดกลั้นให้ระเหยกลายเป็นไอ

            คริสกดจุมพิตหนักๆ ลงกับต้นขาเรียวเปลือยเปล่า... ก่อนที่จะขบฟันลง... แล้วริมฝีปากร้อนก็ค่อยๆขยับสูงขึ้น...

            “ไม่...” ครอบครองสัดส่วนอ่อนไหวที่กำลังตื่นตัวไว้ภายในโพรงปากอุ่นจัด...

ดวงตาสีถ่านไหวระริกเหมือนเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผา ชายหนุ่มใช้ริมฝีปากครอบครอง...โลมเร้าปลุกปั่นด้วยปลายลิ้นช่ำชอง กลั่นแกล้งให้คนอายุน้อยกว่าต้องส่งเสียงครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

            “..อื๊อ...”

            ทว่าก่อนที่คลื่นอารมณ์จะไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุด เขากลับผละริมฝีปากออกไป ปล่อยให้เด็กหนุ่มบิดเร้าร่างกายอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ดวงตาเรียวคมเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำสีใส ...ดูงดงามน่าทะนุถนอมจนคริสนึกสงสัย... ว่าถ้าหากเขาออกแรงมากอีกนิด อีกฝ่ายจะแหลกสลายลงไปเลยหรือเปล่า...

            “เลิกกับแบคฮยอนซะ” เขาว่าพลางรวบรั้งสองมือของคนอายุน้อยกว่าเอาไว้ พันธนาการให้ไม่อาจช่วยเหลือตัวเอง “ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าพี่จะให้นายไป...”

            “...” ใบหน้าคมคายอ่อนเยาว์ปั้นยาก เหมือนทั้งกำลังอับอายและหวาดกลัว เด็กหนุ่มเงียบไปนาน... พยายามกลั้นสะอื้นอย่างน่าสงสารจนคริสเกือบจะใจอ่อนยอมแพ้ ทว่าเสียงทุ้มโรยแรงก็กระซิบเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน...

            “...ไม่...ไม่ใช่...” เรียวคิ้วคมเข้มเลิกขึ้นสูง

            “...ผมไม่ได้เป็นแฟนกับพี่แบคฮยอน”

            “...” คริสไม่รู้ว่าสีหน้าของตนเองตอนนี้เป็นแบบไหน กำลังยิ้ม หรือว่านิ่วหน้าอยู่กันแน่? เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไร ในอกเหมือนจะว่างเปล่า... งุนงง... ทว่าก็คล้ายกับมีผีเสื้อนับร้อยนับพันตัวกระพือปีกโบยบินอย่างบ้าคลั่ง

            ชายหนุ่มเพียงประทับจุมพิตลงข้างขมับขาวชื้นเหงื่อเหมือนจะปลอบโยน ปลดปล่อยสองมือที่ถูกเกาะกุมเอาไว้ให้เป็นอิสระ ริมฝีปากอุ่นจัดไล้ลงตามโครงหน้าคมคาย จูบซับหยดน้ำสีใสที่เอ่อคลออยู่ที่หางตาเรียวคม ก่อนที่ปลายนิ้วกร้านจะลากลงต่ำ... สัมผัสกับสัดส่วนอ่อนไหวที่ร้อนผ่าว...

            พะเน้าพะนอปรนเปรอเหมือนใคร่คิดไถ่ถอนความผิด...

            “...อ่ะ...ฮึก...........อื้อ!” หยาดน้ำขุ่นคาวเปรอะเปื้อนมือกร้าน ไหลไปตามเรียวนิ้วยาว... และหยดพรมลงบนพื้น... เหมือนตั้งใจจะตอกย้ำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเมื่อครู่ 

 

            เทาสูดลมหายใจหอบสะท้าน ก่อนที่ร่างสูงจะดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแกร่ง ผลักอีกฝ่ายออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขากำหมัดแน่น ตอนแรกเกือบจะชกเข้าใส่ใบหน้าคมคายสมบูรณ์แบบนั่นแล้ว ทว่าด้วยสติที่เหลืออยู่น้อยนิดก็จำต้องบังคับตัวเองไม่ให้ทำอย่างนั้น

            “พี่ทำ...อย่างนี้ทำไม!” มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าที่เขาจะเค้นคำถามนี้ออกมาได้

            “เรื่องเมื่อคืนนั้น ผมรู้ว่าพี่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ...ถึงได้พยายามจะลืมมันไปซะ แล้วเมื่อกี้นี้...เมื่อกี้นี้...พี่ทำอย่างนั้นไปทำไม!?” คริสฟังคำถามนั้นแล้วพรูลมหายใจยาว

            ตอนแรก...เพราะเขาเข้าใจว่าจื่อเทาตั้งใจจะลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นถึงไม่ได้พูดออกมา แต่ว่าในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จำเป็นที่จะต้องบอกให้ชัดเจน...

            ...ถึงความรู้สึกของตัวเอง

            “จื่อเทา ฟังพี่นะ...” ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมลง ดวงตาคู่คมกร้านโลกเองก็ไม่ได้มีวี่แววของการล้อเล่นแม้สักนิด

            เด็กหนุ่มมองสบกับดวงตาคู่นั้น รู้สึกราวกับถูกบางอย่างดึงดูดเข้าไป...

            “คืนนั้น... พี่ไม่ได้เมา... นายก็รู้ว่าคืนนั้นพี่ไม่ได้ดื่มเหล้า ที่พี่กอดนายมันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะความไร้สติ อาจมีบ้างที่เป็นอารมณ์ชั่ววูบ แต่นั่นไม่ใช่ความผิดพลาด ...พี่รู้สึกผิดที่ทำให้นายเจ็บ แต่ไม่ได้เสียใจ... ไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลยสักนิด ...รวมทั้งวันนี้ก็ด้วย...” ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง จับจ้องใบหน้าคมคายที่เผือดสีซีดลงของคนตรงหน้า มันช่างชวนให้หัวใจเจ็บหนึบยิ่งกว่าที่เคยคิดเสียอีก สีหน้าแบบนั้นทำให้เขาลังเลไปครูหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วคริสก็เลือกที่จะพูดออกมา

 

 “ทั้งหมดที่พี่ทำไป...ก็เพราะพี่ชอบนาย”

 

 



 

 

TBC.

 

Comment

Comment:

Tweet

-.,-  หุหุหุ ยิ่งอ่านยิ่งคลั่งแฮะ
แต่แอบงงกับชื่อตัวละครนิดหน่อย
แต่ก็สนุก หึหึหึหึหึหึหึ

#1 By เมมซิส on 2014-03-13 17:37