[FIC][EXO] summer night'S Dream - 11

posted on 04 Apr 2014 17:58 by ks-night

Title : summer night'S Dream
Author : KsNight
Pairing : Kris*Tao
Rating : NC - 17
Author note: เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

 
------------------------

11 - ขลาด


 

            ในอกปวดร้าว ทุกคราวที่หัวใจบีบตัวเหมือนดั่งมีบางสิ่งบีบรัดรอบไว้ มันเจ็บปวดและอึดอัดเหมือนจะตาย...

 

            เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้า อยากหนีไปให้ไกล...

 

            จากความเจ็บปวดนี้ จากความยุ่งเหยิงวุ่นวาย จากเส้นด้ายแห่งสายสัมพันธ์ที่ขมวดผูกกันเป็นปม... และจากใครคนนั้น ที่ทำให้หยดน้ำร้อนผ่าวอันไม่น่าปรารถนา...ผุดพรายขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

            เทาเม้มริมฝีปาก พยายามฝืนทน บังคับไม่ให้หยาดน้ำเหล่านั้นล้นปรี่หลั่งริน ฟ้องถึงความรู้สึกเห็นแก่ตัวอันผิดบาปและน่าละอาย ไม่... เขาจะไม่รัก... เขาต้องไม่รัก ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รัก คำตอบนี้ดีกับทุกฝ่าย เพื่ออนาคต เพื่อความฝัน เพื่อทุกคน...

 

          ...แล้วทำไม ถึงไม่เห็นแก่หัวใจตัวเอง

 

            คำพูดของลู่หานกลับสะท้อนดังขึ้นในส่วนที่ลึกที่สุดของห้วงคิด ดั่งหยดหมึกที่หล่นร่วงลงในแอ่งน้ำใส ซาบสีกำจาย ย้อมแอ่งน้ำใสกระจ่างให้กลายเป็นขุ่นดำ เด็กหนุ่มชะลอลดฝีเท้าลง ซวนเซก้าวเดิน...ลดเลี้ยวไปตามทางเดินของอาคาร ก่อนที่จะหยุดลง...เหนื่อยล้าเต็มที

 

          พิงแผ่นหลังลงกับกำแพงเย็นชืด ทรุดลงนั่งอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง

 

          เด็กหนุ่มซบใบหน้าลงกับเข่า ไหล่ลาดสั่นเทา...คลอไปกับเสียงสะอื้นผะแผ่วที่เล็ดรอดออกมา

 

          เสียงนั้นเองที่ชักจูงนำพา

 

          ...ทำให้ใครอีกคนที่ตามมา หาเขาจนเจอ

 

 

          คริสที่กำลังจะเดินเข้าใกล้ชะงักฝีเท้า ได้แต่ยืนมองเด็กน้อยที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น ...เงียบๆ...

 

          เนิ่นนานในความรู้สึก กว่าที่ความกล้าที่เหลืออยู่น้อยนิดจะถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน คริสร้องเรียกชื่อของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาสั่นสะท้าน

 

          “จื่อเทา...” เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน ภาพของพี่ชายที่มองเห็นอย่างพร่ามัวผ่านม่านน้ำตานั้น พาให้จินตนาการหวนนึกถึงสายตาอย่างที่ได้เห็นเมื่อครู่... ทำให้เขารู้สึกหวั่นกลัว เด็กหนุ่มเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่ยอมมอง...กลัวที่จะมองเห็น กลัวสายตาอย่างนั้น ที่ทำให้ปวดหัวใจ เขาถดถอย...เบียดร่างเข้าหากำแพง ให้ห่างไกลจากอีกฝ่ายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

          “...ทำไมต้องหนี” กริยาที่เหมือนไม่อยากอยู่ใกล้กันของน้องทำให้คริสไม่เข้าใจ มันบดบังสิ่งที่เมื่อครู่เขาสะกิดใจ มองเห็นเลือนราง...ทำให้มันหายไปอีกครั้ง ชายหนุ่มขบฟันลงกับริมฝีปาก ในที่สุดก็กลั้นใจถามออกไป

 

          “...เกลียดพี่แล้วหรือ?”

 

          ยามเมื่อหลุดถามไปแล้ว เขากลับไม่กล้าที่จะฟังคำตอบ...ขลาดกลัว ตาขาว กลัวเหลือเกินว่าจะได้ยินคำว่าใช่ ทว่าเขาเองก็ตกใจเมื่อน้ำตายิ่งพร่างพรูออกมาจากดวงตางดงามของน้อง

 

          เสียงสะอื้นฮั่กหลุดออกมา ทั้งที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้น นั่นไม่รู้ว่าเพิ่มความน่าสงสารขึ้นมาอีกกี่ส่วน หัวใจคนมองเหมือนถูกแทงด้วยมีด ถูกฉีกด้วยกรงเล็บ เขา...เขา...เขาต้องทำอย่างไร ถึงจะหยุดน้ำตาสายนี้ลงได้ ต้องทำอย่างไร ถึงจะสามารถปกป้องคุ้มครองอีกฝ่ายเอาไว้ ทำให้สงบสุขปลอดภัย ไม่ให้ความเจ็บปวดใดๆ ไม่ให้เภทภัยอันตราย มาต้องถูก มาทำให้ระคายเคือง

 

          คริสยื่นมือ...บรรจงเช็ดผิวแก้มเปียกชื้นด้วยปลายนิ้ว

 

          ทั้งที่เขาอยากปกป้อง อยากทะนุถนอมไว้ แล้วทำไม...ทำไมถึงต้องได้เห็นน้ำตาอย่างนี้ซ้ำๆ

 

          เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแตะมือใหญ่ที่วางทาบอยู่บนพวงแก้มของตน ร้องไห้ออกมาโดยไม่สามารถอดกลั้นอีกต่อไป ร่ำร้องร่ำไห้...สะอื้นจนตัวโยน

 

          ยิ่งมองน้ำตาที่พร่างพรูออกมา คริสยิ่งลนลานสับสน หัวใจยิ่งเจ็บปวดกระวนกระวาย

 

 

          เขารั้งร่างสูงของอีกฝ่ายเข้ามากอด ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ปลอบประโลมโดยการใช้ปลายนิ้วลูบแผ่วไปตามแผ่นหลังเรียบ เฝ้ากระซิบผะแผ่วที่ริมใบหูบาง

 

          “ไม่ร้องนะครับ...พี่ขอโทษ จื่อเทา ไม่เอา ไม่ร้องนะคนดี...” สุ้มเสียงอ่อนโยนนั้นนุ่มนวลหวานหู ทว่าคนพูดกลับรู้สึกเหมือนถูกเค้นเอาบางสิ่งออกไป

 

          นี่เป็นเพราะเขาหรือ เพราะเขาใช่ไหม?

 

          เป็นเขาใช่ไหม...ที่ทำให้มีน้ำตา... 

 

          ยิ่งคิดครวญ หัวใจยิ่งจมดิ่งลงในบ่อลึก ถูกย้อมด้วยสีดำสนิทแห่งความระทมเจ็บช้ำ ลึกลง...ทุกที...ทุกที...

 

          “อย่าร้องไห้เลยนะ พี่...พี่...พี่จะไม่ทำให้นายลำบากใจอย่างนี้อีก”

 

          มือใหญ่ตบลงเบาๆ บนแผ่นหลัง ขณะที่คนสูงกว่าสะกดกลืนก้อนแข็งในลำคอลงไปอย่างฝืดฝืนใจ กล่าวเสนอทางที่ตนครุ่นคิดมาได้สักพักหนึ่งแล้วให้อีกฝ่ายรับฟัง สิ่งที่ก่อนหน้าไม่กล้าที่จะเลือก

 

          “พี่...พี่จะไปคุยกับพี่เมเนเจอร์ จะขอหยุดงานสักพัก...ดีไหม” จะได้ไม่ต้องเจอกัน นายจะได้ไม่ลำบากใจ...

 

          “อย่างน้อยก็คงจะพอขอได้สักสองสามเดือน ระหว่างนั้น พี่จะพยายามหยุด...”

 

          พยายามเลิกรัก แม้ไม่คิดว่าเวลาเพียงน้อยนิดอย่างนั้นจะพอ

 

          “จื่อเทาเองก็จะได้สบายใจ ไม่ต้องฝืนทน ...อย่างนี้ดีไหม พี่ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ขอโทษนะครับ ขอโทษ... ไม่ร้องนะครับ อย่าร้องไห้เลย...” เสียงทุ้มยิ่งกระซิบเอ่ยมากเท่าใด ร่างโปร่งของคนฟังยิ่งสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น จวบจนเมื่ออ้อมแขนมั่นคงนั้นค่อยๆ คลายออก

 

          เชื่องช้า...

 

          ความอบอุ่นที่โอบประคองอยู่นั่นค่อยๆ ผละห่างออกไป บางสิ่งเหมือนจะถูกปล่อยหลุดจากมือ...

 

          เด็กหนุ่มตัวสั่นเทา กว่าจะทันรู้ตัวเขาก็เอื้อมคว้ามือของอีกฝ่ายเอาไว้ ใบหน้าที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำตานั้นซีดเผือดไร้สีสัน เต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ

 

          “ไม่...ไม่เอา”

 

          เขาไม่ได้อยากให้มันเป็นอย่างนี้ ...ไม่ได้อยากเลย

 

 

          “...อย่าไป...”

 

 

            น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความตระหนก วอนเว้า กระทบหัวใจ... คริสชะงักไปครู่หนึ่ง หลับตา...และจึงปัดคลื่นความรู้สึกนั้นออก ชี้แจงแก่ตัวเองด้วยความเป็นจริงอันโหดร้ายว่าที่น้องรั้งเขาเอาไว้...มันไม่ได้ใกล้เคียงเกี่ยวข้องอันใดกับคำว่ารัก

 

            ...ก็แค่ความผูกพัน

 

            “ไม่...อย่าไป ไม่ให้ไป”

 

            ที่น้องเอ่ยปากรั้งเอาไว้ แค่เพราะไม่อยากให้ EXO แตกแยกกันออกไป

 

            ...มันก็เท่านั้นเอง

 

            “ไม่ต้องห่วงนะ พี่ไม่ได้จะลาออก แค่จะพัก...แค่จะขอเวลาหักห้ามใจ ไม่ได้ตั้งใจจะบีบคั้นให้นายเลือกระหว่างยอมรับความรู้สึกพี่อย่างฝืนทน หรือจะปล่อยให้วงของเราแตกไป” คริสก้มลงมองมือของตนที่ถูกยึดเอาไว้ ทั้งรู้สึกอย่างดึงหนี และอยากให้ถูกกอบกุมต่อไปชั่วชีวิต

 

            “พี่อาจจะเป็นคนเห็นแก่ตัว...แต่...แต่ว่า...”

 

            “...ก็ไม่ได้อยากให้นายเสียใจ” ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม...เศร้าแสนเศร้า ดึงมือของตนออกช้าๆ

 

 

          “...อย่าดูถูกความรักที่พี่มีให้นายมากถึงขนาดนั้นเลยนะ จื่อเทา”

 

 

            ...ในที่สุด...ปลายนิ้วของพวกเขาก็เลื่อนหลุดออกจากกัน...

 

            เทาร้องไห้ ...ร้องเหมือนจะขาดใจ มองมือของอีกฝ่ายที่เขาไม่อาจเกี่ยวรั้งเอาไว้ มองผลของการกระทำ ผลของการเลือกของตัวเอง เด็กหนุ่มสะอื้น ก่อนที่จะช้อนสายตาซึ่งชุ่มฉ่ำด้วยน้ำใสของตนขึ้นมองพี่ชาย แม้ว่าภาพที่มองด้วยดวงตาจะพร่าเลือน ทว่าสิ่งที่หัวใจมองเห็นนั้นแจ่มชัดอย่างยิ่ง...

 

            เป็นเขาที่ทำร้ายอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น

 

            “ตุ้ยจาง..พี่คริส....” เสียงของเขาสั่นเทาแทบไม่เป็นคำ “ไม่เอาแบบนี้...ไม่เอา”

 

            “...พี่...อึก...ฮึก...พ...พี่อี้ฟาน...” ถ้อยคำเพรียกหาของน้องไม่ต่างอะไรกับน้ำเกลือที่ราดรดลงบนแผลสดใหม่ เป็นความทรมานที่โหดร้าย

 

          คริสหลับตา สูดลมหายใจอย่างอดกลั้น บางทีการทำให้มันขาดไป...ทำให้มันจบลงโดยเร็วก็คงจะดีกว่าปล่อยให้ยืดเยื้อไว้

 

          เขาเอื้อมมือออกไป ดึงร่างของอีกฝ่ายหาตัว เพื่อบดจูบจาบจ้วงร้อนแรงลงกับเรียวปากหยักสวยคู่นั้น จุมพิตที่ย้ำเตือนว่าที่แท้แล้วเขาต้องการสถานะใดจากอีกฝ่าย ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่พี่ชาย...

 

          กดย้ำดูดดึง... กระหวัดเรียกร้องอย่างที่รู้ดีว่าหยาบคาย

 

          เขาจะทำ...ทำให้สายสัมพันธ์ที่สั่งสมมาพังภินท์ลงเสียวันนี้ เพื่อที่จะไม่ต้องให้อีกฝ่ายต้องเสียใจ ถูกเกลียดไปเลยก็ดี ไม่ต้องสนใจกันเลยก็ดี ถ้าเป็นอย่างนั้น...น้องจะได้ไม่เสียใจ ส่วนเด็กหนุ่มผู้ถูกรุกรานกลับเบิกดวงตากว้าง ชะงักงันไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น แข็งค้างเหมือนรูปปั้นหิน ปล่อยให้เรียวลิ้นสากของอีกฝ่ายชอนไช ชำแรกกวาดไปทั่วโพรงปาก

 

          มันเป็นจุมพิตที่หยาบเถื่อน เร่งเร้า ร้องหาจนน่าหวั่นกลัว

 

          ...และเหนือยิ่งไปกว่านั้น

 

          คือการที่ความลึกซึ้งของจูบนี้ได้ค่อยๆ เปิดเปลือยหัวใจ ผิดกับความอ่อนหวานที่ถูกป้อนให้เมื่อยามจากลา จุมพิตหยาบกระด้างนี้เต็มไปด้วยเนื้อแท้แห่งหัวใจ

 

          กลัว...รัก...สับสน...

 

          เว้าวอนร้องขอ... ตัดพ้อ... เสียใจ

 

          รัก...รัก...และ รัก...

 

          เด็กหนุ่มตัวสั่น สะอื้นในลำคอ ถูกความรู้สึกเชี่ยวกรากนั้นถาโถมเข้าใส่... ทำให้กำแพงที่เพียรก่อไว้...พังทลายลง

 

          ที่สุดเขาก็เชิดหน้าขึ้น ขยับเผยอริมฝีปาก ตอบรับจุมพิตหยาบนั้นอย่างอ่อนโอน คริสสะดุ้ง ผละห่างออกในทันที ไม่คิดว่าจะได้รับปฏิกิริยาอย่างนี้ ทว่ากลับเป็นเทาที่เคลื่อนเข้าหาใหม่ ประทับแนบกลีบปากหยักสวยของตัวเอง บดเร้ากลับคืน เถื่อนหยาบไม่แพ้กัน...

 

          เด็กหนุ่มจุมพิตรุกเร้า...ถอนออกแล้วประทับลงใหม่ แนบแน่นกว่าเดิม ลึกซึ้งกว่าเก่า อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง...

 

          ...ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

 

          จนลมหายใจขาดห้วงหอบกระชั้น ลมแผ่วร้อนหอมกรุ่นปัดถี่ลงเคลียปลายจมูกโด่งคม คริสไม่รู้ว่าตนกำลังทำสีหน้าเช่นไร วินาทีถัดมาเขาก็ถูกผลักออกด้วยเรี่ยวแรงมากมายที่ไม่รู้อีกฝ่ายเอามาจากไหน ชายหนุ่มผงะไป ยังคงเลอะเลือน ไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่เมื่อยามเห็นแผ่นหลังของอีกฝ่ายกำลังจะเคลื่อนจาก เขาก็ผุดลุกขึ้นยืน คว้าร่างประเปรียวนั้นมาไว้ ผลักดันให้ปะทะเข้ากับกำแพง กักเอาไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรงของตน

 

          พวกเขาสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่จะเคลื่อนริมฝีปากเข้าหากันอีกครั้ง

 

          เบียดจูบกันและกัน...ราวกับสัตว์ป่า ทั้งเถื่อนหยาบดุดัน ทั้งลึกล้ำไร้ความละอาย เสียงจุมพิตจาบจ้วงถึงขั้นสะท้อนดังในความเงียบงันของทางเดิน

 

          ไม่มีสถานะใดขวางกั้น ไร้ซึ่งศีลธรรมจรรยาที่เคยยึดถือ ตระหนักรับรู้เพียงตัวตนของคนตรงหน้า เพียงหัวใจที่กำลังเคลื่อนขยับเข้าใกล้...สัมผัสกัน

 

          หลายนาทีกว่าที่พวกเขาจะยั้งหยุดจุมพิตหยาบกระด้าง... คริสหอบหายใจจ้องลึกลงในดวงตาคู่คมบวมช้ำที่อยู่ห่างออกเพียงครึ่งฝ่ามือ ...

 

 

          “นาย...นายเองก็รักพี่ใช่ไหม...” 

 

 

          ปรากฏระลอกคลื่นวูบไหวขึ้นในลูกแก้วสีสวย เด็กหนุ่มขบริมฝีปากที่แดงฉ่ำของตน หลับตา...ขมวดคิ้ว ตอบด้วยเสียงที่เหมือนเค้นเครียดออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของสัมปชัญญะ

 

          “ไม่” 

 

          หัวใจของคนฟังไม่ได้ดิ่งวาบลงเหมือนหลายต่อหลายครั้งก่อนหน้า คริสจับปลายคางเรียวเชยขึ้นมา ถามใหม่...

 

“ไม่เอาเหตุผล...ไม่เอาผลลัพธ์มากมายที่นายมองเห็น ไม่เอาอะไรเข้ามาปนทั้งนั้น ...แค่หัวใจ เอาแค่หัวใจ... ลืมตาขึ้นมองกันแล้วตอบอีกครั้ง...”

 

          “นายเองก็รักพี่ใช่ไหม หวงจื่อเทา”

 

          “พี่จะทำไปเพื่ออะไร!” เด็กหนุ่มกรีดเสียง ไม่ยอมตอบคำถามตามที่ถูกบังคับคาดคั้น “ผมรักพี่ไม่ได้! รักไม่ได้! จะรักไม่ได้!ทำไมพี่ไม่เข้าใจ!”

 

          เสียงตะคอกนั้นเจือสะอื้น มือเรียวพยายามผลักอีกฝ่ายออก ทว่าร่างกายสูงใหญ่ตรงหน้าแข็งแกร่งเกินไป หรือเป็นเขาเองที่ไร้เรี่ยวแรงผลักไส ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่...ดวงตาสีหมึกโศกซึ้งคู่นั้นทำไมยังจ้องมองมา

 

          “ทำไมถึงไม่เข้าใจ ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทำไมไม่เข้าใจ...ทำไมยังต้อง...ฮึก...ทำไม...”

 

          ในที่สุดเมื่อรู้ว่าไร้ประโยชน์ เทาก็หยุดออกแรงผลัก ยกมือขึ้นปิดใบหน้าและดวงตา บดบังน้ำตาที่พร่างพรูออกมาอีกครั้งของตัวเอง ปล่อยโฮออกมาอย่างหมดอาย

 

            เสียงร้องนั้นต่อเนื่องยาวนาน คริสยังมองเงียบๆ อยู่อย่างนั้นไม่พูดอะไร จนกระทั่งเด็กหนุ่มหยุดมันลงได้เอง

 

          ...ในที่สุดเรียวปากหยักสวยที่ไม่ได้มีฝ่ามือบังไว้ก็ขยับ...เด็กหนุ่มยังสะอื้นอยู่สองสามครั้ง แต่ริมฝีปากของเขาก็ขยับเป็นคำ...เอ่ยเอื้อนโดยไร้เสียง

 

 

 

 

ผ-ม-รั-ก-พี่

 

 

 

 

TBC.

Comment

Comment:

Tweet